2007/Jun/02

วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นวันปฐมนิเทศน์(พิมพ์ถูกไหมเนี่ย)นักศึกษาใหม่ ทั้งภาคปกติและภาคพิเศษ ปีนี้นักศึกษาเยอะกว่าปีที่แล้วมาก นศ.ปีนี้ประมาณ 250+ นี่แค่ 2 ภาคนะครับ ที่บางมด 4 ภาครวมกันยังไม่เยอะขนาดนี้เลย เกิดคำถามครับ ว่าจะสอนยังไงไหว ไม่เป็นไรครับ มันเป็นช่วงที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง ใครขยันคนนั้นรอด วันนี้ได้เพื่อนใหม่มาหลายคนครับ

คนแรก ชื่อจูน อ๊ะอ่า อ่านชื่อแล้วดูน่ารักเลยใช่ไหมครับ แต่จริงๆแล้วเขาเป็นผู้ชายครับ รูปร่างไม่สูง ไม่ขาว ผมไม่ตรง ผมไม่สั้น (คิดภาพตามนะครับ) คนนี้อัธยาศัยไมตรีดีมากครับ ผมแอบถามเขาว่า ซิ่วมาป่าวครับ? เพราะผมดูจากทรงผมและใบหน้าของเขาแล้ว ไม่น่าจะเป็นเด็กจบใหม่ เขาบอกว่า ซิ่วมาจากศิลปกรรมศาสตร์ ที่ ม.ขอนแก่น นี่เอง ที่สำคัญที่สุด เขาจะขึ้นปี 4 แล้วด้วย แต่ทำไมซิ่ว อันนี้ผมก็ไม่ได้ถามเขาคับ

หลังจากรู้จักจูน ผมก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาลึกๆ ว่า ถ้าเขามาจากศิลปกรรม เขาก็น่าจะให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สีต่างๆให้ผมได้ แต่พอมารู้ทีหลังว่า พี่แกอยู่สาขา ดนตรี ที่ไม่เกี่ยวกับการวาดภาพ ผิดคาดครับ จากที่จะให้เค้าสอนเกี่ยวกับการจับดินสอ พู่กัน คงจะได้เปลี่ยนมาจับไม้กลองแทนซะแล้วสิครับ

คนที่สอง ชื่อ บิ๊ก ฟังชื่อแล้วดูยิ่งใหญ่ เป็นชายกล้ามโต แต่จริงๆแล้วเธอเป็นผู้หญิงครับ มันน่าจะเปลี่ยนชื่อกับคนด้านบนนะ บิ๊กเป็นสาวมั่นอัธยาศัยดีอีกคนที่เข้ามาทักทายผม เนื่องจากเขารู้จักกับพี่สาวของผม เราเลยสนิทกันได้เร็วหน่อย บิ๊กก็เป็นเด็กซิ่วอีกคน เธอซิ่วมาจาก มนุดอิ๊ง (เขียนพอรู้ละกันนะครับ) โอ้วววววว!!! เธอต้องเก่งอังกฤษอย่างแน่นอน ในใจผมมันร้องบอกอย่างนั้น..

หลังจากได้รู้จักเธอ ดวงไฟแห่งความหวังเรื่องภาษาของผม มันก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง อย่างน้อยที่สุดเธอคงไม่ด้อยไปกว่าผม(ผมโง่อังกฤษ!!!!!)เก่งไม่เก่งยังไม่มีข้อพิสูจน์คงต้องไปดูเธอตอนเรียนอังกฤษซะแล้วสิ

คนที่สาม ชื่อ เบียร์ แค่ชื่อก็เริ่มเมาๆแล้ววว อีกแล้วครับ ทำไมชื่อที่ดูเหมือนผู้ชาย แต่ดันเป็นผู้หญิงอีกแล้วว เบียร์เป็นน้องที่โรงเรียนของบิ๊ก เรารู้จักกันที่โต๊ะอาหาร เธอเรียนIDภาคปกติ จากที่คุยกัน ผมก็แอบรู้ว่าเธอเก่งฟิสิกส์แล้วผมก็โง่ฟิสิกส์อีกตามเคย ผมคงต้องเรียนรู้จากเธอเรื่องนี้ให้มากๆแล้วล่ะ

ที่ผมบอกไปไม่ใช่ว่าผม คบคนเพื่อผลประโยชน์แต่อย่างใดนะครับ ผมก็แค่อยากตั้งใจเรียน เก็บเกี่ยวความรู้จากเพื่อนๆ ทำเกรดให้ได้ดีๆ เพื่อเป็นของขวัญให้กับ พ่อ แม่ และคนที่ผมรัก

หลังจากปฐมนิเทศน์เสร็จ รุ่นพี่ก็เรียกรับน้องสตูฯ เข้าฐานต่างๆ สอนให้รู้จักระเบียบและข้อควรปฏิบัติภายในคณะ พบรุ่นพี่ปี2-5 และพี่ที่จบไปแล้ว พอเสร็จจากพบรุ่นพี่ ก็มีการร้องเพลงและเต้น เพลงของที่ถาปัตขอนแก่น มีจังหวะเร็ว และสนุกมาก ถ้าเปรียบเทียบกับที่บางมดต้องขอยอมรับเลยครับว่า ที่บางมดสู้ไม่ได้ในหลายๆเพลง แต่จังหวะกลองและลีลาการร่ายรำกลอง บางมดกินขาดครับ

Entry หน้า ผมจะเก็บภาพบรรยากาศ ภายใน ม.และหลัง ม. มาฝากนะครับ(วันนี้เอารูปคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มาให้ดูก่อน)

.........จบ วันปฐมนิเทศน์




edit @ 2007/06/02 17:14:51

2007/May/28

ผมเรียนสถาปัตยกรรมอยู่ที่ บางมด แต่เนื่องจากหลายๆสิ่งที่วุ่นวาย ทำให้ผมตัดสินใจเปลี่ยนที่เรียน หลบจากความวุ่นวายสับสนต่างๆ หวังไว้อยู่ในใจว่า มันอาจจะทำให้สุขภาพจิตผมดีขึ้นมาบ้าง

วันนี้เป็นวันสอบสัมภาษณ์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ภาคพิเศษของ ม.ขอนแก่น ผมก็เป็นหนึ่งคนที่มาสอบเช่นกัน ตื่นตั้งแต่ 6.30น. มาเตรียมตัว แล้วไปที่คณะตอน 8.00น. ปรากฏว่าคนมาสอบเยอะมาก จากที่เห็นมีหลายคนที่ซิ่วมาเรียนใหม่เหมือนกับผม ลึกๆก็ดีใจคับ ว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้มีแต่ผมคนเดียวที่แก่ มองไปรอบๆก็รู้สึกแปลกดีเหมือนกัน สิ่งที่หลายๆคนสนใจเมื่อเปลี่ยนที่เรียนนั่นก็คือ เพื่อนๆร่วมคณะที่จะอยู่กับเราอีก5ปี ผมก็สนใจเช่นกันครับ พยายามมองหน้าตาเพื่อนใหม่เหล่านั้น แล้วจำให้ขึ้นใจ หล่อบ้าง สวยบ้างคละๆกันไป อันนี้ไม่คิดมากครับ

ผมรอเวลาอยู่นานมาก เกือบ11โมงน่าจะได้ แอบเซ็งนิดๆ แต่ก็ไม่เป็นไร รอไปสักพักใหญ่ ก็มีเจ้าหน้าที่ขานชื่อ แล้วเรียกผมเข้าไป โต๊ะสัมภาษณ์ แบ่งเป็น3กลุ่ม ซึ่งผมอยู่กลุ่มที่2 พอเข้าไปข้างในก็เจออาจารย์ 2 ท่านอยู่ประจำแต่ละโต๊ะ(ทั้งหมด6ท่าน) ในใจก็คิดว่า "เราจะเริ่มยังไงดีนะ ไม่ได้เตรียมตัวมาด้วยสิ แฟ้มผลงานก็ไม่มี แต่ช่างมันเหอะ" ผมเริ่มจากการไหว้แล้วนั่งลงอาจารย์ก็ให้แนะนำตัวเอง ว่าชื่ออะไร มาจากโรงเรียนอะไร ราวๆนี้ ง่ายครับคำถามนี้ทุกๆคนตอบได้สบายๆ คุยกันไปอาจารย์ก็ถามว่าเคยเรียนสถาปัตมาก่อนหรอ แล้วท่านก็เริ่มลองภูมิของผม ผมก็ได้แต่ขุดความรู้อันน้อยนิดที่ผมเคยเรียนมาบ้าง มั่วบ้าง หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นรู้

อาจารย์ถามเกี่ยวกับคะแนนสอบO-net ของผม ว่าทำไมมันอ่อนวิชายโน่น วิชานี่ ผมก็ได้แต่ตอบไปตามตรงแหละครับ เวลาผ่านไปนานมาก อาจารย์พยายามต้อนผมให้จนมุมให้ได้ พยายามขุดเรื่องที่ผมจะไม่รู้มาถาม ประหนึ่งว่าจะฆ่าผมให้ตายด้วยคำถามก็ไม่ปาน โต๊ะสอบที่ 1กับ 3 เปลี่ยนคนสอบอยู่หลายคนแล้ว แต่ผมก็ยังโดนถามไปเรื่อยๆ ประทับใจมากครับ

อาจารย์ท่านหนึ่งเปิดดูคะแนนสอบถาปัต เมื่อวันสอบข้อเขียน แล้วท่านก็บอกว่า ข้อสอบทั้งหมดแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนสุดท้ายผมทำได้ไม่ค่อยดี ซึ่งมันเป็นส่วนของการวาดภาพ ซึ่งผมคิดไว้แล้วว่าคะแนนมันต้องออกมาแย่แน่ๆ เพราะผมไม่ค่อยได้ตั้งใจวาดสักเท่าไหร่ แต่คะแนนส่วนแรก ผมได้มากที่สุดในคนที่เข้าสอบทั้งหมด!! โอ้ววว ก็ยังดีครับ ถึงวาดรูปเราจะห่วย แต่ก็ยังพอแก้ขัดได้กับส่วนข้อเขียน หลังจากที่อาจารย์ท่านนี้บอกคะแนนผมเสร็จ อาจารย์อีกท่านก็ยิงคำถามที่น่าปวดหัวมาให้ผมปวดหัวอีกสัก เกือบ5นาที กว่าจะจบได้ ก็เมื่ออาจารย์อีกท่านพยายามเบรกไว้ ด้วยการสรุปเรื่องต่างๆ แล้วท่านก็บอกว่าเห็นด้วยกับแนวคิดของผม เฮ่อ!! กว่าจะจบทำเอาผมเหนื่อยอยู่เหมือนกัน รางวัลก็คือการสอบผ่านสัมภาษณ์ แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้วครับ พอออกมานอกห้อง พี่ๆกับเพื่อนๆก็มาถามว่า ทำไมนานจัง ผมก็ได้แต่ตอบไปคับว่า ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ในใจก็อยากจะตอบไปว่า อาจารย์พยายามจะฆ่าผม อิอิ

...จบวันสอบสัมภาษณ์


edit @ 2007/05/28 15:59:00
edit @ 2007/05/28 16:01:23

2007/Apr/16

ผ่านไปแล้วครับวันสงกรานต์ เพื่อนๆหลายคนคงได้เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

บางคนเล่นอยู่ที่กรุงเทพ หรือบางคนก็ไปเล่นที่ต่างจังหวัด บรรยากาศคงไม่ต่างกันมากนะ

ครับ สำหรับที่ถนนชื่อดังในกรุงเทพ กับที่เมืองใหญ่ๆในต่างจังหวัด ผมเป็นคนหนึ่งนะครับ

ที่อยากจะสนุกกับวันขึ้นปีใหม่ไทยปีนี้ พอผมสัมผัสมันจริงๆ ผมรับมันไม่ค่อยได้เท่าไหร่

(ปกติไม่ค่อยได้เล่น) มันเหมือนเป็นวันที่หลายๆคนปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมามาก

ที่สุด สาดน้ำเฉยๆ ก็ยังไม่มีอะไร แต่ที่รับไม่ค่อยได้จริงๆ คือ การปะแป้งครับ ผู้ชายหลาย

คนปะแป้งกันจนเกินงาม บางคนไม่ยอมให้ปะ ก็ยังดึงดันที่จะปะ จริงอยู่ที่มันคือเทศกาล

แต่มันก็น่าจะมีมารยาทกว่านี้ แค่บอกกันก่อนก็ยังดี "ขอปะแป้งหน่อยได้ไหมครับ" แค่นี้เอง

ครับ เขาไม่ให้ปะ ก็หาคนอื่นก็ได้ ที่ร้ายกว่านั้นปะแป้งไม่พอครับ "ล้วง" เหล่านักล้วงทั้ง

หลาย (ผมไม่นับเป็นผู้ชายครับ ขอเรียกยังงี้แล้วกัน) รอคอยวันนี้เพียงเพื่อต้องการ

ลวนลามผู้หญิง ไม่มากก็น้อย ขอให้ได้ทำ จับโน่นแตะนี่ ผมคิดว่าผู้หญิงส่วนมากหรือแทบ

ทุกคน ไม่ชอบการกระทำแบบนี้ ผู้ชายดีๆหลายคนก็ทนเห็นไม่ได้หรอกครับ มันเจ็บลึกๆอยู่

ข้างใน (ผมลองคึดภาพว่า ถ้าผู้หญิงที่โดนแบบนั้น เป็นแฟนผม ผมทนไม่ได้หรอกครับ เ

ป็นใครก็ทนไม่ได้)นอกจากจากพฤติกรรมข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างบางคนเมาไม่รู้

เรื่อง เละไปหมด แต่ก็มีอีกหลายคนทำดีแล้วครับ ทำต่อไปเถอะครับ หลายๆคนมองคุณอยู่

สุดท้ายนี้ ช่วยกันเถอะครับ ใครรู้ตัวว่าแย่ ก็พยายามปรับปรุงตัว อย่าเอาแต่สนุกโดยไม่

มองดูคนอื่น ผมอยากให้มันเป็นวันปีใหม่ไทยจริงๆ ไม่ใช่วันที่ ใครๆสามารถ เมา แล้ว

ลวนลาม ทำรัายคนอื่นได้อย่างสนุกสนานและไม่ผิดกฎหมาย


edit @ 2007/04/16 16:05:12
edit @ 2007/04/16 16:06:28